📢 โครงการประชุมสัมมนาทบทวนงานนโยบาย (Retreat) ประจำปี 2569
📅 ระหว่างวันที่ 21 -22 ตุลาคม 2569
🕘 เวลา 10.00 – 17.00 น.
🚩 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพช หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สํานักงานสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดโครงการประชุมสัมมนาทบทวนงานนโยบาย (Retreat) ประจําปี 2569 ระหว่างวันที่ 21 – 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพช หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อระดมความคิดเห็นและวางทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยมีกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภาวิชาการ คณะผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
กว่า 90 คน
ภายในงาน รองศาสตราจารย์ ดร.คณกร สว่างเจริญ อธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิดและได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ นายกสภามหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยแบบเดิมจะไม่มีอีกต่อไป” ซึ่งเน้นย้ำถึงความจําเป็นเร่งด่วนในการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “มหาวิทยาลัยราชภัฏ เราจะก้าวต่อไปอย่างไรในทศวรรษหน้า” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกําแพงเพชร และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมถอดบทเรียนและชี้ทิศทางการเติบโตของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ และไฮไลท์สําคัญของการประชุมในภาคบ่าย คือการนําเสนอแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรตามแนวทางการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ซึ่งครอบคลุมแผนขับเคลื่อน 4 ด้านหลัก
ประกอบด้วย
- แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและปรับตัวสู่ปี พ.ศ. 2570 มุ่งเน้นการพลิกโฉมสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเติบโตอย่างยั่งยืน
- แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ขับเคลื่อน CWIE พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบูรณาการกับ การทํางาน (Cooperative and Work Integrated Education)
- แผนโครงสร้างพื้นฐานสู่ Smart Campus และ Green University ประกอบด้วยโครงการปรับปรุงอาคารปฏิบัติการนันทนาการเพื่อความยั่งยืน (พ.ศ. 2570 – 2572) แผนพัฒนาหอพักนักศึกษาพยาบาล และแผนขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียว ประจําปีงบประมาณ 2570
- การขยายตัวทางธุรกิจและการศึกษา การเตรียมจัดตั้ง BSRU Holding Company และการจัดตั้งโรงเรียนสาธิตระดับชั้นอนุบาล ณ ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดี
การจัดสัมมนา Retreat ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสําคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในการรวบรวมข้อคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการทุกภาคส่วน เพื่อนําไปปรับใช้ในการพัฒนาหลักสูตร ระบบกายภาพ และการบริหารจัดการที่ทันสมัย พร้อมตอบโจทย์ผู้เรียนและสังคมในทศวรรษหน้าอย่างแท้จริง











































































